เทคโนโลยีและการวิจัยทางด้านพลังงานของประเทศฝรั่งเศสก็มีความก้าวหน้ามิได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ

 
จิราวรรณ มงคลธนทรรศ

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ จิราวรรณ มงคลธนทรรศ ขณะนี้กำลังเรียนปริญญาโทปีที่สองที่ประเทศฝรั่งเศสในด้านวิศวกรรมไฟฟ้า เน้นด้านพลังงาน ด้วยทุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐบาลราชอาณาจักรไทย  ปีนี้เป็นปีที่สามในประเทศฝรั่งเศส โดยปีแรกเป็นการเรียนภาษาฝรั่งเศสโดยเฉพาะ  ปีต่อมาจึงเข้ามหาวิทยาลัยทางวิศวกรรม Institut polytechnique de Grenoble - Grenoble Institute of Technology (INPG)  โดยขณะนี้อยู่ในช่วงฝึกงานของปริญญาโทปีที่สอง หัวข้อฝึกงานคือ Stockage pour stabilite du reseau electrique เป็นการฝึกงานด้านการวิจัยในสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัย คาดว่าจะจบในปีนี้ แล้วในเดือนกันยายนนี้จะต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเดิม โดยจะทำวิทยานิพนธ์เรื่องเดิมต่อจากที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้

เหตุผลที่เลือกมาเรียนที่ประเทศฝรั่งเศสเพราะว่าไม่ค่อยมีคนไทยมาเรียนวิศวกรรมทางด้านนี้ที่นี่เท่าไรนัก เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาหรือสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามข้อมูลเดิมที่ดิฉันได้ทราบมาว่าเทคโนโลยีและการวิจัยทางด้านพลังงานของประเทศฝรั่งเศสก็มีความก้าวหน้ามิได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่นๆเลย  ดังนั้นเพื่อเป็นการขยายขอบเขตความรู้และประสบการณ์ของตัวดิฉันเองและเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศไทยในอนาคต ดิฉันและต้นสังกัดเจ้าของทุนจึงมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ฝรั่งเศสน่าจะเป็นประเทศที่เหมาะสมที่สุดที่จะให้ดิฉันมาเรียนรู้ทางวิชาการ สร้างเสริมประสบการณ์ในแง่มุมต่างๆที่หลากหลายของเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมพลังงาน นอกจากนี้ยังจะเป็นการขยายขอบเขตความร่วมมือทางด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่างสองประเทศ เพื่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านนี้ต่อไป

ในช่วงระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาในประเทศฝรั่งเศส ดิฉันได้เรียนรู้และพบเห็นเรื่องต่างๆ  ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย โดยเรื่องที่เรียนรู้และพบเห็นนั้น เป็นธรรมดาที่มีทั้งดีและไม่ดี โดยมีปัญหาและความยากลำบากบ้างในช่วงแรกๆ แต่โดยรวมแล้วเป็นประสบการณ์ที่ดี  ในช่วงแรกนั้นปัญหาอุปสรรคสำคัญก็คือ เรื่องการติดต่อสื่อสาร เพราะดิฉันยังพูดภาษาฝรั่งเศสได้ไม่คล่องเท่าที่ควรนัก แต่โชคดีที่มีรุ่นพี่นักเรียนไทยที่นี่ให้การช่วยเหลือเป็นอย่างดี ซึ่งดิฉันใช้เวลาประมาณสองถึงสามเดือนก็เริ่มปรับตัวได้ โดยเริ่มที่จะสามารถช่วยเหลือตนเอง ในการติดต่อสื่อสารเรื่องต่างๆด้วยภาษาฝรั่งเศสได้  ทำให้ได้รับความช่วยเหลือและร่วมมือจากคนฝรั่งเศสเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีความเข้าใจในการสื่อสารของดิฉันได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม

ช่วงการเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสนุกสนานมาก เพราะว่าพอจะมีเวลาเดินทางท่องเที่ยวทัศนศึกษาตามที่ต่างๆในประเทศฝรั่งเศสรวมทั้งประเทศข้างเคียง ซึ่งมีการสื่อสารและคมนาคมต่างๆที่สะดวกมากและค่าใช้จ่ายไม่แพงนัก การที่มีโอกาสได้เรียนภาษาปีกว่านั้น (2008-2009) ทำให้ดิฉันได้รับประสบการณ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการดำรงชีวิตในสภาพนักศึกษาต่างชาติในทวีปยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับดิฉันซึ่งต้องอยู่ศึกษาต่อในประเทศนี้อีกอย่างน้อยสามปี

ส่วนการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยนั้นได้มีการติดต่อมาก่อนแล้วจากประเทศไทยก่อนเดินทางมายังประเทศฝรั่งเศส  ภายหลังการจบหลักสูตรภาษาฝรั่งเศส จึงได้สมัครเข้ามหาวิยาลัยในเดือนมีนาคม 2009  และได้รับการตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยให้เข้าเรียนปริญญาโทหรือเอกด้านวิศวกรรม โดยไม่จำเป็นต้องสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาฝรั่งเศส แต่การเรียนปริญญาโทจริงๆแล้ว ต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสอย่างยิ่ง  ยกเว้นการเรียนปริญญาเอกที่สามารถเลือกเรียนเป็นภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาอังกฤษได้ โดยจะใช้ภาษาฝรั่งเศสเฉพาะในชีวิตประจำวันเท่านั้น  แต่โดยความเห็นส่วนตัวของดิฉัน การเรียนรู้ภาษาฝรั่งเศสพื้นฐานจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาต่างชาติในประเทศฝรั่งเศส ถึงแม้ว่าจะสามารถเลือกหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษได้ก็ตามเพราะว่าการติดต่อสื่อสารทุกอย่างจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ภาษาฝรั่งเศส  ชีวิตจะง่ายและสะดวกสบายขึ้น  ถ้าสามารถติดต่อสื่อสารได้ด้วยภาษาฝรั่งเศสอย่างชัดเจน

ในเดือนกันยายน 2009 ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรม ในสาขา System energetique et marche (Energy systems and associated markets) หลักสูตรที่เรียนนี้เป็นประกาศนียบัตรทางวิศวกรรม ซึ่งตามระเบียบของหลักสูตรนี้ต้องใช้เวลาทั้งหมดสามปี แต่ด้วยวุฒิปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากประเทศไทย ทำให้ดิฉันสามารถเข้าเริ่มเรียนปีที่สองได้เลย นั่นคือจะใช้เวลาเรียนสองปีเพื่อให้ได้ Diplome d’ingenier หรือ ประกาศนียบัตรด้านวิศวกรรม ซึ่งจะเทียบเท่ากับปริญญาโทของประเทศไทย วิศวกรที่นี่จะต้องได้ประกาศนียบัตรนี้เท่านั้นถึงจะทำงานในตำแหน่งวิศวกรได้ ในเทอมสุดท้ายของหลักสูตรนี้จะต้องฝึกงานเป็นเวลาอย่างน้อยห้าเดือน และหากต้องการเรียนต่อปริญญาเอกบางสาขา จะต้องเรียนทางด้านการวิจัยเพิ่ม เพื่อให้ได้ Master de recherche หรือปริญญาทางด้านการวิจัย มิฉะนั้นจะไม่สามารถต่อปริญญาเอกได้ โดยจะเรียนควบไปในปีที่สอง หรือปีสุดท้ายของการเรียนปริญญาโท ซึ่งสาขาที่ดิฉันเรียนนี้ไม่จำเป็นต้องเรียนปริญญาโทด้านการวิจัยอีก แต่ว่าดิฉันเลือกที่จะเรียนเพิ่ม โดยเรียนเพิ่มสองวิชาจากหลักสูตรหลัก และในเทอมสุดท้ายที่จะต้องฝึกงานนั้น จะต้องฝึกงานในสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยเท่านั้น และจะต้องจัดทำรายงานสองฉบับ ฉบับแรกเน้นการทำงานและแก้ปัญหาทางด้านวิศวกรรม ส่วนอีกฉบับหนึ่งเน้นเรื่องผลการวิจัย

การเรียนนั้นค่อนข้างหนัก และมีภาระงานต่างๆรัดตัวมาก แทบจะหาเวลาว่างไม่ได้เลย เนื่องจากเวลาเรียนแต่ละเทอมนั้นน้อย เพียงแค่ สี่เดือนกว่าๆเท่านั้นแต่วิชาที่เรียนค่อนข้างหลากหลายมาก ประมาณสิบหกถึงสิบเจ็ดวิชาต่อเทอม ซึ่งบางวิชาก็จะมีการทดลอง หรือการทำโครงงานเล็กๆด้วย นอกจากนี้ ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด ในปีแรกจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากลำบากมากสำหรับนักศึกษาต่างชาติอย่างตัวดิฉัน  ทำให้ต้องเรียนและทำการบ้านหนักกว่าเป็นสองเท่าเพื่อให้ทันนักศึกษาชาวฝรั่งเศสอื่นๆซึ่งดิฉันต้องร่วมเรียนและทำโครงการด้วย   ถึงแม้จะเป็นงานหนักมากพอสมควร แต่ก็สนุก และเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้แนวคิด รวมทั้งประสบการณ์ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานด้านวิชาการร่วมกับผู้อื่น จนถึงขณะนี้ดิฉันมีความสุขและสนุกกับการเรียนในประเทศฝรั่งเศสและมั่นใจว่าจะสามารถเรียนจบหลักสูตรปริญญาเอกได้ตามกำหนดเวลาที่ได้รับทุน แล้วเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับจากการศึกษาครั้งนี้ไปพัฒนาเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมพลังงานของประเทศไทยต่อไป

ท้ายสุดนี้ต้องขอขอบคุณคณาจารย์ทุกท่าน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยในประเทศฝรั่งเศสและในประเทศไทย รวมทั้งเพื่อนนักศึกษาไทยในประเทศฝรั่งเศส ที่คอยสนับสนุนและช่วยเหลือให้ดิฉันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างๆมาได้จนถึงทุกวันนี้  จึงขอแสดงความขอบคุณเป็นอย่างสูง ณ โอกาสนี้ อีกครั้งหนึ่ง