ถ้ามีโอกาสเรียนต่อด้านกฎหมายมหาชน ที่แรกที่ให้นึกถึงคือ ประเทศฝรั่งเศส

 
จุฬาลักษณ์ พูลสวัสดิ์

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อนางสาวจุฬาลักษณ์ พูลสวัสดิ์ ชื่อเล่นว่าปาล์มค่ะ ดิฉันจบการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขากฎหมายมหาชน ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เกียรตินิยมอันดับสอง และประกาศนียบัตรพิเศษสาขากฎหมายเปรียบระหว่างประเทศ เกียรตินิยมอันดับสอง  มาจากมหาวิทยาลัย AIX-MARSEILLE III, AIX EN PROVENCE  ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

แรงบันดาลใจของการตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศฝรั่งเศสเกิดมาจากความสนใจที่ดิฉันมีต่อกฎหมายมหาชน โดยดิฉันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทางด้านสาขากฎหมายมหาชนมาเช่นกัน และคิดว่าถ้ามีโอกาสเรียนต่อด้านกฎหมายมหาชน ที่แรกที่ให้นึกถึงคือ ประเทศฝรั่งเศส

หากเราจะกล่าวว่า ประเทศฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบของกฎหมายมหาชน ก็คงจะไม่ผิดนัก กฎหมายมหาชนในประเทศฝรั่งเศสมีวิวัฒนาการมายาวนานนับศตวรรษ การต่อสู้ทางประวัติศาสตร์ของประชาชนฝรั่งเศสมีอิทธิพลอย่างมากต่อพัฒนาการของกฎหมายมหาชนในประเทศนี้  และส่งผลต่อความก้าวหน้าของประเทศอย่างเป็นพลวัต ดิฉันคิดว่าการศึกษาสาขากฎหมายมหาชนในประเทศฝรั่งเศสนั้นมิใช่การได้รับความรู้แต่เพียงด้านเนื้อหาวิชาเท่านั้น แต่ยังทำให้สามารถเปรียบเทียบถึงความเหมือนและความแตกต่างทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศสในอันที่จะนำกฎหมายมหาชนมาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลอย่างแท้จริงต่อประเทศไทย

เมื่อได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศสแล้วดิฉันพบว่าหลักสูตรของมหาวิยาลัยจะเน้นหนักและให้ความสำคัญอย่างมากต่อกฎหมายมิใช่แต่ในระดับ กฎหมายภายในประเทศเท่านั้น แต่การเรียนการสอนมุ่งให้นักศึกษาตระหนักถึงความเป็นหนึ่งเดียวของกฎหมายของอียู หรีอสหภาพยุโรป ดังนั้นการมีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศสจึงเป็นการเรียนในระดับกฎหมายยูโรเปียนด้วยซึ่งสิ่งนี้ทำให้ดิฉันตัดสินใจที่จะเรียนในอีกสาขาวิชาหนึ่ง คือ กฎหมายเปรียบเทียบระหว่างประเทศ เพื่อที่จะสามารถวิเคราะห์และมองเห็นภาพของกฎหมายยุโรปและกฎหมายนานาชาติได้อย่างเป็นองค์รวม การเรียนกฎหมายเปรียบเทียบระหว่างประเทศนี้จะเป็นการเรียนกับ Professeur ที่ได้รับเชิญมาจากทั่วทุกภูมิภาคของโลก อาทิเช่น America , Argentina, Spain, England, Italy และประเทศอื่นอีกมากมาย โดยจะเป็นการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่ผู้สนใจที่จะเรียนกฎหมายเปรียบเทียบระหว่างประเทศนี้จะต้องมีทักษะความสามารถในการสื่อสารและทักษะการเขียนภาษอังกฤษที่ดีค่ะ เพราะตลอดระยะเวลาของหลักสูตรนักศึกษาต้องโต้ตอบกับอาจารย์และต้องเขียนรายงานส่งอาจารย์เป็นภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอค่ะ สำหรับการเรียนในส่วนนี้ผู้เรียนจะได้รับความรู้ในเชิงกฎหมายเปรียบเทียบ เช่น การเปรียบเทียบในด้านกฎหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชน  กฎหมายเศรษฐกิจ หรืออาจจะเป็นวิวัฒนาการของกฎหมายมหาชนในภาพกว้างค่ะ บางท่านอาจสงสัยว่าแล้วดิฉันสามารถเรียนทั้งปริญญาโทใบหลัก และประกาศนียบัตรพิเศษได้อย่างไร อันที่จริงแล้วการเรียนกฎหมายเปรียบเทียบระหว่างประเทศเป็นการเรียนภาคค่ำค่ะ ดิฉันจึงมีตารางเรียนที่แน่นทีเดียว คือการเรียนตอนแปดโมงเช้าถึงสี่โมงเย็นสำหรับปริญญาโทด้านกฎหมายมหาชน และเริ่มเรียนอีกทีตอนหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่มสำหรับประกาศนียบัตรพิเศษค่ะ แต่ดิฉันรับรองกับทุกคนได้เลยว่าการเรียนที่ฝรั่งเศสนั้นเน้นการแสดงความคิดเห็นที่เปิดกว้าง และการให้เหตุผลที่น่าเชื่อถือจึงเป็นการเรียนที่สนุก ได้รับความรู้ และทำให้เราไม่เหนื่อยที่จะเรียนรู้เลยค่ะ

ตลอดระยะเวลาการศึกษาต่อในประเทศฝรั่งเศส หากจะให้ดิฉันกล่าวถึงความประทับใจแล้วล่ะก็ ดิฉันคิดว่าคงยากมากที่จะสามารถบรรยายได้อย่างครบถ้วน แต่ที่เป็นที่สะดุดใจมากที่สุดสำหรับดิฉันคือการได้พบ Professeur ที่ใจดีมากๆ และให้ความสนใจต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก การได้เจอเพื่อนชาวฝรั่งเศสที่คอยให้ความช่วยเหลือดิฉันอย่างมากมายและคอยเป็นกำลังใจให้ในวันที่รู้สึกว่าการเรียนนั้นยากเหลือเกิน ทำให้ดิฉันก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความหวาดกลัวมาสู่เวลาแห่งความมั่นใจ และแน่นอนที่สุด ความประทับใจของดิฉันที่มีต่อระบบการศึกษาของประเทศฝรั่งเศสที่ให้ความสำคัญกับผู้เรียนในการแสดงความคิดเห็น และการรับฟังความคิดเห็นทุกความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างโดยปราศจากการแบ่งแยกเชื้อชาติ ซึ่งทำให้คนไทยตัวเล็กๆอย่างดิฉันได้พบเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็น และได้เรียนรู้จักการเป็นผู้รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเช่นกัน

ภายหลังจากการกลับมาสู่ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของดิฉัน ดิฉันพบว่าการเรียนกฎหมายในประเทศฝรั่งเศสนั้นเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อประเทศไทย เพราะในยามที่เกิดความไม่สงบขึ้นในประเทศไทยนั้น กฎหมายรัฐธรรมนูญไทยได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพื่อรองรับกับสภาพการณ์ของบ้านเมือง และมีการเพิ่มบทบาทของตุลาการรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันได้ศึกษา ทำให้ดิฉันเข้าใจถึงแนวทางที่จะนำกฎหมายประเทศฝรั่งเศสมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการพัฒนาสังคมไทยของเราเองอย่างมีประสิทธิผล

ดิฉันคิดว่าสังคมไทยในปัจจุบันนั้นยังคงมีความต้องการนักกฎหมายมหาชนอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันนั้นเป็นช่วงแห่งความเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศไทยส่งผลอย่างมากต่อพัฒนาการทางด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอยู่นั่นเองที่มีนักกฎหมายมหาชนที่จะมาช่วยปรับปรุงกฎหมายของไทย โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมกับสภาพของสังคมไทยอย่างแท้จริง และแน่นอนที่สุดที่ประเทศฝรั่งเศสยังคงเป็นต้นแบบ และแหล่งความรู้ที่ดิฉันการันตีได้ว่า ดีที่สุด ไม่แพ้ชาติใดในโลก และตอบปัญหาได้ตรงจุดสำหรับนักกฎหมายรุ่นต่อไปที่จะมีโอกาสได้ไปศึกษา ณ ประเทศนี้ : ฝรั่งเศส

ศุดท้ายที่ดิฉันต้องกล่าวขอบพระคุณจากใจคือพี่ๆ CampusFrance ทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือคอยแนะนำดิฉันในเรื่องต่างๆตั้งแต่ก่อนการเดินทางจนกระทั่งถึงวันที่ดิฉันเดินทางกลับมายังประเทศไทย และต้องขอบพระคุณอย่างที่สุดด้วยสำหรับทุนไอเฟล (Eiffel Scholarship) ที่มอบโอกาสให้ดิฉันได้เป็นนักกฎหมายมหาชนสมดังที่ตั้งใจไว้เสมอมาดี