ชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกที่เมือง Strasbourg

 
ศิรินันท์ กุลชาติ , France

           นางสาวศิรินันท์ กุลชาติ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนบัวขาว จังหวัดกาฬสินธุ์ จากนั้นได้รับทุนการศึกษาจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (JSTP) เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและโท สาขาเคมี ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันนี้ได้รับทุนรัฐบาลฝรั่งเศส ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่ Université de Strasbourg สาขาวิชา Dynamic Combinatorial Chemistry โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาชื่อ Prof.Dr. Jean-Marie Lehn ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเคมี ปี พ.ศ. 2530
           เมืองสตราส์บูร์กเป็นเมืองเล็กขนาดเล็ก อยู่ในแคว้น Alsace ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส มีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมันโดยมีแม่น้ำไรน์เป็นเส้นแบ่งกั้นพรมแดน เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของยุโรป เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรัฐสภายุโรป (European Parliament) และศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (European Court of Human rights) บรรยากาศในเมืองเงียบ สงบ ผู้คนใจดี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ น่ารัก
           ดิฉันเริ่มมาศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่ประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2554 นับว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ได้รับทุนการศึกษาเพื่อมาศึกษาต่อ การมาอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงแรกนั้น ต้องทำการปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา สภาพความเป็นอยู่ อาหารการกิน การที่ดิฉันได้เข้าพักที่หอพักของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้ดิฉันได้ทำความรู้จักกับเพื่อนต่างชาติ ห้องพักมีขนาดเล็กเนื้อที่รวมทั้งหมด 9 ตารางเมตรและมีครัวรวม เวลาที่ดิฉันทำอาหารไทย เพื่อนก็จะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาหารไทยนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้ว บางวันก็ได้มีโอกาสทำอาหารไทยให้เพื่อนต่างชาติได้ลิ้มรส นอกจากนี้ดิฉันมีเพื่อนไทยที่สนิทกันอยู่ประมาณ ห้าถึงหกคน การที่มีเพื่อนคนไทยที่สนิท ซึ่งถ้ามีปัญหาอะไรก็สามารถช่วยเหลือกันได้
           การได้มีโอกาสมาศึกษาหาความรู้จากนักวิทยาศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการเรียนปริญญาเอกของดิฉันเอง ท่านเป็นคนที่ใจดีมาก เข้าใจเด็ก ท่านจะสอนให้ดิฉันเรียนรู้ทุกอย่าง สิ่งไหนที่ดิฉันไม่เคยทำมาก่อนท่านจะบอกให้ทำและให้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง หรือไม่ก็แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนร่วมงาน ท่านบอกว่าในการทำงานวิจัยนั้น จะต้องทดลองหลายๆ อย่าง ไม่ต้องสนใจว่าจะได้ผลที่ดีหรือไม่ ถ้าได้ผลดีก็เยี่ยมยอด แต่ถ้าได้ผลการทดลองไม่ดี เวลาที่เราตีพิมพ์เผยแพร่ ก็สามารถเขียนรายงานบอกได้ ท่านสอนให้ดิฉันได้รู้จักกับความอดทน ความขยัน ความคิดสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ อีกทั้งดิฉันยังมีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาจากหลายสัญชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาติอื่นด้วย เพื่อนร่วมงานของดิฉันส่วนใหญ่เป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอก พวกเขาเหล่านี้ได้สอนให้ดิฉันได้เรียนรู้เทคนิคในการทำวิจัย เทคนิคในการทำงานในห้องทดลอง ทำให้ดิฉันสามารถฝึกปรือฝีมือในการทำแลบได้เรื่อย ๆ
           ดิฉันสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า การที่ได้มาเรียนที่ต่างประเทศนั้นได้สอนให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สอนให้เรารักตัวเอง รู้จักการดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องชีวิตส่วนตัว และด้านการเรียน ซึ่งในเรื่องการเรียนนั้นจะต้องพึ่งพาตัวเองเป็นส่วนมาก ส่งผลให้เรารู้จักกับการอดทน และต่อสู้มาเพื่อให้ได้ซึ่งความสำเร็จ ให้เราเป็นคนเปิดกว้างทางความคิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เรียนรู้จากที่นี่ ส่งผลดีกับตัวเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดิฉันอยากให้เพื่อนๆ ที่สนใจที่จะมาเรียนต่อที่ต่างประเทศ ให้เปิดใจให้กว้าง เรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ ถ้าเจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไรก็ลุกขึ้นสู้ เพราะว่าปัญหานั้นเป็นสิ่งที่จะพิสูจน์ให้เราเป็นคนที่แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จได้ในอนาคต