การเรียนกฎหมายที่ฝรั่งเศสคือการคิดอย่างมีระบบ

 
จินห์จุฑา มโนธรรม

จินห์จุฑา   มโนธรรม (จ๋า)

มัธยมศึกษาตอนปลาย   Lycée Notre Dame La Riche เมือง Tours

ปริญญาตรี   กฎหมายระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัย Université Jean Moulin Lyon III  เมือง Lyon

นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัย University of British Columbia  เมือง Vancouver แคนาดา

ปริญญาโท   LL.M. in International Legal Studies  มหาวิทยาลัย Georgetown University Law Center กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.  สหรัฐอเมริกา

งานปัจจุบัน  นักการทูตปฏิบัติการ กระทรวงการต่างประเทศ กำลังจะเดินทางไปประจำการที่สถานทูตไทย ที่เม็กซิโก

 

สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จากการเรียนกฎหมายที่ฝรั่งเศส คือ การคิดอย่างเป็นระบบ  เวลาเขียนรายงาน ก็จะต้องมีการวางเค้าโครงก่อน หรือที่ในภาษาฝรั่งเศสจะเรียกว่า “Plan” ซึ่งถ้าเป็นในวิชากฎหมาย เค้าโครงของรายงานจะต้องมี 2 หัวข้อใหญ่ และในแต่ละหัวข้อใหญ่ ก็จะต้องมี 2 หัวข้อเล็ก เท่านั้น  ซึ่งในตอนแรก เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีกฎเกณฑ์นี้ ทำไมไม่ให้อิสระทางความคิดกับนักเรียน แต่เมื่อมองย้อนกลับไป รู้สึกโชคดีมากที่เราได้มีโอกาสเรียนในระบบนี้ บางครั้งกฎเกณฑ์ก็ช่วยจัดระบบความคิดให้กับเรา ซึ่งมีประโยชน์มากในงานเขียนทุกอย่าง ไม่เฉพาะแต่ด้านกฎหมาย โดยสรุป การเรียนในฝรั่งเศสจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างระบบการเรียนแบบท่องจำและการให้แสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งอาจดูอนุรักษ์นิยมกว่าระบบอเมริกันที่เราคุ้นเคย แต่ก็มีคุณค่าและเสน่ห์ในตัวของมันเองมาก

วิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศสก็เป็นประสบการณ์ที่น่าเรียนรู้และศึกษาเป็นอย่างยิ่ง มีคำในภาษาฝรั่งเศสว่า “L’art de vivre” ซึ่งอาจแปลว่า “การใช้ชีวิตอย่างสุนทรีย์” คนฝรั่งเศสจะให้ความสำคัญกับการใช้เวลาบนโต๊ะอาหารกับครอบครัวและเพื่อน  รับประทานอาหารที่อร่อย จิบไวน์รสชาติดี  ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ ไปฟังคอนเสิร์ตหรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ และการเดินทางท่องเที่ยว เป็นต้น การได้ใช้ชีวิตในฝรั่งเศสทำให้เราเห็นคุณค่าของกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งช่วยสร้างสีสันและสร้างความสุขให้กับชีวิตของเราได้มากทีเดียว